Preview โทรศัพท์มือถือ (Mobile Phone) Nokia 6500 Classic และ Nokia 6500 Slide ตอนที่ 2
posted on 13 Dec 2008 00:15 by laptopcomputer in Review|
การใช้งานมัลติมีเดีย ตัว Slide ถือว่าให้ฟังก์ชั่นเอนเตอร์เทนเมนท์ครบ ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังเพลง วิทยุ แต่ในตัว Classic นั้น ได้ตัด วิทยุ ออกไป (ทำไมก็ไม่รู้ - -*) ไม่บ่นดีกว่า เราเริ่มต้นที่การฟังเพลงครับ หน้าตา Music Player นั้น ถือว่าออกแบบสวยทีเดียว แล้วเลือกเปลี่ยน skin ตามใจชอบ (มีให้เลือกแค่ 3 แบบเท่านั้น) ฟังก์ชั่นทั่วๆ ไปในการฟังเพลงมีมาให้ครบหมด รองรับ MP3 (ส่วนรูปแบบไฟล์อื่นๆ ไม่ขอเอ่ยถึงนะครับ เพราะบ้านเราใช้ MP3 เป็นหลัก) การแสดงรายชื่อเพลงภาษาไทยยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพลงไหนแสดงภาษาไทยไม่ได้จะเป็นตัวหนังสือภาษาจีน (ปัญหาเหมือน Sony Ericsson) การแก้ ID Tag น่าจะทำให้ปัญหาการแสดงชื่อภาษาไทยหายไปครับ ส่วนเสียงที่ออกมาจากลำโพงเสียงเรียกเข้านั้น ถือว่าให้เสียงที่ดัง แต่ไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ครับ ออกไปทางแหลมๆ ส่วนเมื่อฟังกับหูฟังนั้น ผมเองก็ไม่ได้ลองทดสอบครับ (ได้มาแต่เครื่อง - -*)
การดูไฟล์คลิปต่างๆ นั้น รองรับรูปแบบ 3GP เลือกดูคลิปได้ทั้งจอขนาดเริ่มต้น (แนวตั้ง) หรือ Full screen (แนวนอน) ได้ตามใจชอบ
การเชื่อมต่อ ได้สารพัดครับ ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth 2.0 ที่รองรับ A2DP, AVRCP, การเชื่อมต่อผ่าน microUSB ซึ่งตอนนี้หลายๆ ค่ายมือถือต่างเริ่มเปลี่ยนพอร์ตจาก miniUSB เป็น microUSB กันเกือบทุกเจ้าแล้ว
การใช้งาน Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือ รองรับ WAP 2.0/xHTML และ HTML ผ่าน Opera Mini Browser ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล Classic : EDGE Release 4 multi-slot class 31 (5RX+2TX: maximum 6 slots) Slide : EDGE, class B, multislot class 32 (ดาวน์โหลด/อัพโหลด = 296 / 177.6 Kbps) (ศัพท์เทคนิคมาก... ไม่รู้ว่ามันต่างกันแค่ไหนเนี่ย T T) ดูสเปค EDGE แล้วถึงกับอึ้งนะครับ เพราะเมื่อก่อนหน้านี้จะเห็นเพียงแค่ Class 12 เท่านั้น แต่ผมว่าถึงสเปคดีแค่ไหน หากเน็ทเวิร์คของโอเปเรเตอร์ที่ใช้งานอยู่มีการใช้งานที่หนาแน่น ก็ไม่ต่างอะไรกับความเร็วเพียง GPRS หรือไม่ก็รอ HSDPA หรือ 3G ละครับ - -* |
|
Application โดยทั่วๆ ไปแล้วก็ไม่ต่างจากรุ่นอื่นๆ เช่นกันครับ มีฟังก์ชั่นมาตรฐานอย่าง ปฏิทินพร้อมตั้งกำหนดการเตือนความจำ, นาฬิกาปลุก, การสั่งงานโดยใช้เสียง, สิ่งที่ต้องทำ (To-do list), เครื่องคิดเลขที่มีฟังก์ชั่นการคำนวณระดับสูง เป็นต้น
เกมที่มากับเครื่องมีให้ถึง 4 เกม อันได้แก่ Golf Tour, Rally 3D, Snake III และ Sudoku แต่ละเกมนั้น กราฟิกของภาพนั้นสวย ไม่สะดุดเลยครับ
Profiles มีให้ใช้ได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมต่อสถานการณ์ จะใช้ค่าที่กำหนดจากโรงงาน หรือเราจะแก้ไขให้เป็นรูปแบบของเราเองก็ได้ ซึ่งการกำหนดค่าการใช้งานมีให้ปรับเปลี่ยนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการปรับเสียงเรียกเข้า SMS, ปรับเสียงเรียกเข้า E-mail เรียกได้ว่าละเอียด ครบทุกอย่างครับ
หน่วยความจำภายในโทรศัพท์ของ Classic มีมาให้มากถึง 1 GB แต่เพิ่มหน่วยความจำภายนอกไม่ได้ แต่ Slide มีหน่วยความจำภายใน 20 MB แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ซึ่งจุดนี้หลายๆ คนมักจะปฏิเสธเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า มีไม่ถึงครึ่งที่ใช้หน่วยความจำเกิน 1 GB (แค่ Vampire MP3 ขนาด 700 MB ใส่เพลงได้ถึง 200 เพลง) แต่ถ้าใครเน้นฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ขอแนะนำ Slide ครับ
Contact นับวันโทรศัพท์มือถือยิ่งบันทึกข้อมูลของเพื่อนๆ ได้อย่างมากมาย ได้ทั้ง ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ชื่อเล่นอีเมล์ ภาพเจ้าของ Contact วันเกิด บลาๆ ๆ ๆ เอาเป็นว่าสนองได้ครบความต้องการของผู้ใช้ครับ
Message แสดงรูปแบบข้อความเป็นส่วนๆ แบ่งโดยใช้พื้นสีอ่อน กับพื้นสีเข้ม ทำให้ไม่สับสน มีรายละเอียดการรับส่งข้อความที่บันทึกไว้อย่างละเอียด ส่วนการส่งข้อความด้วยรูปแบบอื่นๆ ก็มีเช่นเดียวกัน อาทิ การส่งเป็นแบบอีเมล์ การส่งแบบ Flash การส่งแบบ Audio ที่เราผู้ส่งบันทึกเสียงกันสดๆ และส่งไปถึงปลายทางได้ทันที
แบตเตอรี่ ถึงแม้ว่าจะเป็นซีรี่ย์เดียวกัน แต่แบตเตอรี่ที่ให้มาพร้อมเครื่องนั้นเป็นคนละรุ่นกันครับ อาจจะเป็นเพราะ Slide จอแสดงผลใหญ่กว่ากันนึดนึง เลยต้องเพิ่ม mAh ตามไปด้วย เมื่อทดลองใช้งานตามปกตินั้น พบว่าทั้ง 2 รุ่นมีระยะเวลาการใช้งานไล่เลี่ยกัน ประมาณ 1-2 วันแบตเตอรี่ก็เกือบหมดครับ ไม่ใช่ว่าค่อยๆ หมดนะครับ แบบว่าเห็นอยู่ ครึ่งหลอด โทรไป 5 นาที ลดเกือบหมดหลอด สงสัย meter วัดไฟคงเพี้ยนไปแน่ๆ 555+ (แซวเล่นอะครับ) ส่วนรุ่นของแบตเตอรี่เป็นดังต่อไปนี้ครับ Classic ใช้แบบ BL-6P (830 mAh) Slide ใช้แบบ BP-5M (900 mAh) |
|
สรุปข้อเด่น
Nokia 6500 Classic - ตัวเครื่องมีความบาง ออกแบบได้เข้ากับกลุ่มคนวัยทำงาน หรูหรา - ตัวเครื่องส่วนใหญ่ทำมาจากอลูมินั่นอัลลอยด์ - ลำโพงเสียงเรียกเข้าดัง เสียงถือว่าดีใช้ได้ครับ (ออกแหลมไปนิด) Nokia 6500 Slide - กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วย Carl Zeiss Lens - ตัวเครื่องทำมาจากสแตนเลสสตีล - เพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้
สรุปข้อด้อย
Nokia 6500 Classic - เพิ่มหน่วยความจำภายนอกไม่ได้ - การ Process ของกล้องทำได้ช้า - ราคาเมื่อเทียบกับคุณสมบัติของเครื่องถือว่าค่อนข้างสูง - ไม่มีวิทยุ Nokia 6500 Slide - หนา หนัก ไปซักนิด - การ Process ของกล้องทำได้ช้า - ราคาเมื่อเทียบกับคุณสมบัติของเครื่องถือว่าค่อนข้างสูง
สรุปผลการใช้งาน ยอมรับว่าการออกแบบของทั้ง 2 รุ่น เป็นแบบที่ผมค่อนข้างชอบเลยทีเดียว ทั้งใช้วัสดุที่ดูหรูหรา และการออกแบบที่ดูเรียบง่าย ฟังก์ชั่นพื้นฐานมีมาให้ใช้งานครบทุกอย่าง แต่เมื่อพิจารณาเรื่องของราคา ยอมรับเลยว่าอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ยังไม่ฟันธงในการซื้อมาเป็นเจ้าของ เพราะดูแล้วค่อนข้างสูงไปสักนิด คือ Classic เคาะราคาที่ 12,200 บาท และ Slide อยู่ที่ 13,790 บาท แต่ผมคิดในใจว่า Classic ไม่น่าถึงหมื่น ส่วน Slide น่าอยู่ที่ 12,000 บาท (แต่ที่แพงขึ้น เพราะบวกค่า TVC ไว้เยอะแน่ๆ 55+)
การใช้งานตัวเครื่องทั้งสอง ให้ความรู้สึกที่ดี ปุ่มกดต่างๆ กดได้ง่าย มีขนาดใหญ่พอสมควร ยกเว้นส่วนของปุ่มบังคับทิศทางที่มีขอบค่อนข้างเล็ก ทำให้คนที่นิ้วใหญ่ๆ อย่างผมกดลำบาก
ส่วนความสามารถของเครื่องทำได้ครบถ้วน ไม่มีปัญหาอย่างใด ยกเว้นเรื่องกล้องนี่แหละ พาลทำให้หงุดหงิดทุกครั้งที่ใช้งาน
อนาคตของ Nokia 6500 เชื่อว่ายังขายดี ติดตลาด อย่างต่ำ 2-3 เดือน เหมือน Nokia 6300 ที่ตอนนี้ก็ยังมีคนถามหาอยู่ ราคาค่าตัวอาจจะลดลงช้าซักเล็กน้อย อย่างมากไม่เกิน 1 – 2 พันบาทในช่วงสิ้นปี เพราะเท่าที่ดูการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ใน line เดียวกันยังไม่มีให้เห็น แต่ต้นเดือนธันวาคมที่มีงาน Nokia World ที่เนเธอร์แลนด์ อาจจะมีการเปิดตัว และวางขายเลยก็เป็นได้ครับ |
บทความจาก http://www.mxphone.com

แบบ slide นะ สวยกว่า
ฟังก์ชั่นก็โอ
แต่ว่าลองเล่น N73 ดูนะราคาพอ ๆ กันแต่น่าจะโอกว่าอ่ะ
#1 By intermusic4you on 2008-12-13 19:23